<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤตยิ่งซับซ้อน  ระบบราชการยิ่งล้มเหลวซ้ำซาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรากำลังเผชิญกับวิกฤตทับซ้อนพร้อมๆ กันหลายวิกฤต และทั้งหมดนี้มีความโยงใยกันทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 หรือน้ำท่วมและภัยแล้ง รวมไปถึงไฟไหม้ป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้กำลังมีผลกระทบไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเพราะอุณหภูมิโลกร้อนขึ้น เพราะผลของก๊าซเรือนกระจกอันเกิดจากภาวะ Climate Change ที่กำลังจะกลายเป็นภัยพิบัติระดับโลก ล้วนแล้วแต่มีความสัมพันธ์โยงใยไปถึงภาวะโลกร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในไทยเราเองยังบริหารวิกฤตแต่ละกรณีในลักษณะแบ่งแยกและตามแนวดิ่งที่ไร้ประสิทธิภาพ และจะทำให้เรื่องที่เลวร้ายอยู่แล้วเสื่อมทรุดลงไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงตั้งแต่เกิดเรื่อง disruption หรือ &amp;ldquo;ความป่วน&amp;rdquo; อันเกิดจากเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในทุกวงการของเรานั้น ก็มีสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนแล้วว่าเราจะใช้กลไกแบบเดิม หรือกฎกติกาแบบเก่ามาแก้ปัญหาที่มีมิติแตกต่างไปโดยสิ้นเชิงก็จะพบกับความล้มเหลวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รัฐบาลและเอกชนจำนวนไม่น้อยก็ยังใช้กลไกและวิธีการตั้งรับปัญหาแบบเดิมๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเจอกับภัยโควิดอย่างอย่างจังเท่านั้นก็เพิ่งตระหนักว่าอะไรที่เคยเป็นสูตรสำเร็จ อะไรที่เคยเป็นคำตอบก็มิอาจจะนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาที่หนักหน่วงรุนแรงแบบที่ไม่เคยคาดคิดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเจอน้ำท่วมปีนี้อีกครั้งก็ยิ่งตอกย้ำว่าการบริหารวิกฤตแบบแบ่งกลไกรัฐเป็นแท่งๆ ตามรูปแบบกระทรวงทบวงกรมเดิมๆ นั้นรังแต่จะนำไปสู่ความล้มเหลวทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น เราจะเห็นว่าหน่วยราชการยังใช้วิธีการ &amp;ldquo;ส่งสาร&amp;rdquo; กันเป็นขั้นเป็นตอน และจากหน่วยงานหนึ่งไปอีกหน่วยงานหนึ่งเหมือนเดิมจากบนลงล่าง ไม่ใช่ฟังจากล่างขึ้นบนอย่างที่ควรจะเป็นในหลายๆ กรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเห็นกรมอุตุฯ ส่งหนังสือทางการเรื่องพายุที่กำลังจะเข้าไทยไปยังกรมชลประทาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมชลฯ ก็คัดเอาเนื้อหาเดียวกันนั้นทำเป็นหนังสืออีกฉบับหนึ่ง เปลี่ยนเพียงวันที่ หัวข้อและผู้ลงนามเพื่อส่งต่อไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ปภ.ก็คัดลอกเอาเนื้อหาเดียวกันนั้นส่งต่อไปให้กับกระทรวงมหาดไทย เปลี่ยนเฉพาะวันที่และผู้ลงนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยก็ทำหนังสือขึ้นมาใหม่เพื่อส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด
ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ทำหนังสือส่งคำเตือนนั้นไปยังนายอำเภอทั้งหลายอีกต่อหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเดียวกัน และควรจะมีแนวทางปฏิบัติที่รวดเร็วทันการณ์ และตัดสินใจเพื่อรับกับสถานการณ์อย่างฉับพลัน โดยมีเป้าหมายประการเดียวเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือประชาชนจะรับทราบภัยที่กำลังจะเกิดขึ้น และจะต้องมีส่วนในการร่วมกันเพื่อป้องกันความเสียหายและให้อยู่ได้อย่างปลอดภัยที่สุดอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าเราจะเผชิญกับภัยน้ำท่วมและภัยแล้งมาแล้วกี่สิบกี่ร้อยปี ไม่ว่าเทคโนโลยีจะปรับเปลี่ยนช่วยให้การประสานและสื่อสารสามารถทำได้อย่างคล่องแคล่วมากขึ้นเพียงใด แต่กฎเกณฑ์และระเบียบราชการแบบเดิมก็ยังบังคับให้หน่วยราชการต้องทำตามแบบอย่างดั้งเดิมที่เชื่องช้าและคร่ำครึ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะไม่มีใครมีวิสัยทัศน์หรือความกล้าหาญทางการเมืองพอที่จะแก้ไข ยกเลิก และปรับเปลี่ยนวิธีทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทุกคนในระบบราชการยังคิดแบบ &amp;ldquo;ฉันปลอดภัยไว้ก่อน&amp;rdquo; ไม่สนใจว่าหากลด, ละ, เลิกขั้นตอนเดิม โยกงบประมาณ, บุคลากรและทรัพยากรทั้งหลายไปสู่ระบบที่มีประสิทธิภาพมากกว่าจะเป็นการรับใช้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิมได้มากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้วิกฤตโควิด-19 ก็เข้ารูปแบบเดียวกัน นั่นคือแม้จะมีการตั้ง ศบค. และ ศบศ. นัยว่าเพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติการที่ทุกฝ่ายมารวมตัวกันเพื่อความรวดเร็วและคล่องตัว ตัดและลดขั้นตอนก็การสั่งการ ระดมทรัพยากรทั้งสิ้นทั้งปวงมาไว้ ณ จุดเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำงานในลักษณะแนวราบแทนแนวดิ่ง ระดมสรรพกำลังเพื่อการประเมิน, ติดตาม, วางแผน, และสั่งการจากจุดเดียวกันและเลิกขั้นตอนราชการที่ไม่จำเป็นออกให้หมด ใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารและวางแผนกับสั่งการพร้อมทั้งเปิดเผยและโปร่งใสให้ประชาชนเข้าถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในทางปฏิบัติ เรายังเห็นการแบ่งแยกตามกระทรวงทบวงกรม, การแก่งแย่งอำนาจและงบประมาณและการยื้อแย่งอำนาจเพื่อประโยชน์ด้านการเมืองและการสร้างคะแนนให้กับตนและกลุ่มตนเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤตภัยธรรมชาติและโรคระบาดจะหนักขึ้นทุกวัน และระบบการทำงานแบบราชการและการเมืองแบบวันนี้จะเสื่อมทรุดลงทุกวันเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นนี้แล้วคงจะทำนายไม่ยากว่าเราจะเข้าสู่ภาวะล้มเหลวซ้ำซากไปตลอดกาลเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดั่งที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยกล่าวไว้อย่างจะแจ้งว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากเราทำอะไรแบบเดิมๆ และคาดหวังว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอีกแบบหนึ่ง เราก็บ้าแล้ว&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119000</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, วิกฤตยิ่งซับซ้อน  ระบบราชการยิ่งล้มเหลวซ้ำซาก, สุทธิชัย หยุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
